ตรวจเช็คภูมิแพ้อาหารแฝง

การตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงสารพิษต่างๆ ที่แฝงมาทางอาหาร ด้วยการวางแผนโภชนาการให้คุณได้รับสารอาหารครบถ้วน พร้อมป้องกันโรคร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น
เพราะภูมิแพ้ชนิดนี้แตกต่างจากภูมิแพ้อาหารทั่วไปตรงที่ไม่แสดงอาการแพ้ทันที แต่จะสะสมจนกระทั่งกลไกการทำงานของร่างกายเกิดการอักเสบ และส่งผลทั้งต่อกล้ามเนื้อ กระดูก ผิวหนัง ระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจและระบบประสาท

สาเหตุของภูมิแพ้อาหารแฝงที่หลายคนไม่รู้คือ การเป็น ลำไส้รั่ว อันหมายถึงภาวะที่ลำไส้ถูกทำลายจากอาหารที่ไม่มีประโยชน์ มีสารปนเปื้อนหรือจากปัจจัยอื่นๆ เช่น ความเครียด แบคทีเรีย พยาธิ การเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด ฯลฯ ทำให้ช่องระหว่างเซลล์ผนังเยื่อบุลำไส้หลวม โมเลกุลที่ยังไม่ย่อยหรือสิ่งแปลกปลอมจึงซึมผ่านช่องว่างนั้นเข้าสู่กระแสเลือด ร่างกายจึงต้องสร้าง ‘อิมมูลคอมเพล็กซ์’ หรือภูมิต้านทานอิสระมาต่อต้านสิ่งแปลกปลอมนั้น แต่เมื่อสร้างมากเกินกว่าตับจะกำจัดได้หมด ร่างกายจึงต้องดึงเม็ดเลือดขาวมาทำลายซึ่งจะพลอยทำลายอวัยวะส่วนนั้นไปด้วย หรือที่เรียกว่า ภูมิทำลายตัวเอง นั่นเอง

โปรแกรมตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง
คุณมีอาการเหล่านี้หรือไม่

  1. ท้องอืดเฟ้อ, อ่อนเพลียเรื้อรัง
  2. ปวดหัวไม่มีสาเหตุ ไอเรื้อรัง
  3. ปวดเข่า ปวดข้อ น้ำหนักเกิน
  4. บวมน้ำ นอนไม่หลับ
  5. อาหารไม่ย่อย หอบหืด
  6. ผื่นแพ้ตามผิวหนัง
ภาวะภูมิแพ้อาหารแฝงต่างจากการแพ้อาหารทั่วไปอย่างไร?

– การแพ้อาหารแบบทั่วไป เมื่อร่างกายได้รับอาหารที่แพ้ จะเกิดปฎิกิริยาแบบเฉียบพลันซึ่งมีอาการค่อยข้างรุนแรง เช่น การเกิดผื่นคันตามตัว หรือเกิดอาการช๊อค หายใจติดขัด

– ภาวะภูมิแพ้อาหารแบบแฝง ผู้ป่วยจะไม่แสดงอาการแพ้ทันที แต่จะเกิดอาการเมื่อผู้ป่วยรับประทานอาหารชนิดนั้นซ้ำๆ จนร่างกายไม่สามารถกำจัดส่วนประกอยของภูมิต้านทานอิสระที่มีมากเกินไปได้หมด จึงไปกระตุ้นนำระบบกลไกที่ทำให้เกิดการอักเสบให้เกิดขึ้นที่อวัยวะต่างๆของร่างกายอย่างต่อเนื่อง ภูมิแพ้ในลักษณะนี้จะทำให้มีอาการเรื้อรังโดยที่คุณไม่รู้ตัว เช่น ปวดหัว ท้องเสีย ท้องอืด ไอเรื้อรัง ผื่นคันตามตัว บวมน้ำ เป็นค้น

สาเหตุการเกิดภาวะภูมิแพ้อาหารแฝง

สาเหตุในการเกิดภาวะภูมิแพ้อาหารแฝงเริ่มมาจากภาวะ “ลำไส้รั่ว (leaky gut)” คือลำไส้ถูกทำลายจากอาหารที่ไม่มีประโยชน์หรือมีสารปนเปื้อนและปัจจัยอื่นๆ เช่น ความเครียด พยาธิ แบคทีเรียไม่ดี ตับอ่อนผลิตเอมไซด์ได้ไม่ดี ภาวะทุพโภชนาการ เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด ทำให้ช่องว่างระหว่างเซลล์ผนังเยื่อบุลำไส้หลวม โมเลกุลที่ยังไม่ย่อยหรือสิ่งแปลกปลอมสามารถซึมผ่านช่องว่างระหว่างเซลล์เข้าสู่กระแสเลือด

อาการที่เกิดขึ้น

เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมสามารถซึมผ่านช่องว่างระหว่างเซลล์เข้าสู่กระแสเลือดมาก จะทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันหรือ Antibody มากเกินจนผิดปกติเพื่อที่จะจัดการกับสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้นและก่อให้เกิด “ภาวะไม่สมดุลของระบบภูมิต้านทาน”

เพราะสิ่งแปลกปลอมหรืออาหารที่ซึมผ่านลำไส้ซึ่งถูกทำลายโดย Antibody จะเกิดเป็น “อิมมูลคอมเพล็กซ์” และถูกร่างกายนำไปทื้งที่ตับ ซึ่งหากมีจำนวนมากเกินไปตับจะทำงานไม่ทันและเกิดการสะสมในร่างกาย ทำให้เกิดเป็นภาวะภูมิทำลายตัวเอง

– กล้ามเนื้อและกระดูก ปวดข้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ตะคริว รูมาตอยย์
– ผิวหนัง แผลเรื้อรัง ผิวหนังแข็ง ผื่นคัน สะเก็ดเงิน แผลพุพอง
– ระบบหายใจ ภูมิแพ้ หอบหืด ไอเรื้อรัง ไซนัส
– ระบบประสาท ADHD ไมเกรน ไม่มีสมาธิ ซึมเศร้า นอนไม่หลับ

การตรวจภูมิแพ้อาหารแฝงมีประโยชน์อย่างไร?

มนุษย์ทุกคนมีภาวะภูมิแพ้อาหารอยู่ในร่างกายอยู่แล้วเพียงแต่บางคนอาจจะแสดงอาการหรือในบางคนจะไม่แสดงอาการ ซึ่งในรายการที่ไม่แสดงอาการนั้นจะมีความเสี่ยงสูงมากกว่ารายที่แสดงอาการ เนื่องมาจากเราไม่สามารถรู้ได้ว่าเรามีภาวะภูมิแพ้อาหารชนิดใดบ้างเราจึงควรให้ความสำคัญกับสุขภาพโดยการเข้ารับ
การตรวจ “ภูมิแพ้อาหารแฝง (Food Allergy)”  ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถรู้ได้ล่วงหน้าว่าคุณมีภาวะหรือความเสี่ยงในการแพ้อาหารชนิดใด เพื่อจะได้ทำการหลีกเลี่ยงและวางแผนโภชนาการของคุณให้ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนและสมบูรณ์มากที่สุดพร้อมทั้งป้องกันโรคร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น

เมื่อทราบผลทดสอบแล้ว แพทย์จะแนะนำการปฎิบัติตนสำหรับการวางแผนเมนูอาหารเพื่อบำบัดภาวะการรับอาหารบางชนิดไม่ได้ ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หลักการง่ายๆ คือ ห้ามรับประทานอาหารในกลุ่มที่มีผลการทดสอบเป็นบวกและหมุนเวียนรายการอาหารในกลุ่มที่มีผลในระดับปานกลาง