Chelation Therapy

จุดประสงค์ในการทำ คีเลชัน คือ เพื่อลดโลหะหนักในร่างกาย โดยเฉพาะ ในระบบหลอดเลือด ซึ่ง จากงานวิจัยพบว่าโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว ปรอท สารหนู ซึ่งเราได้รับจากการปนเปื้อนใน อาหาร อากาศ น้ำดื่มนั้น สัมพันธ์กับการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง เช่น หลอดเลือดแข็งตัว ความดันโลหิตสูง สาร EDTA เป็นสารกลุ่มอะมิโนชนิดหนึ่ง ที่ไม่เกิดอันตรายแก่ร่างกาย โดยสาร EDTA จะเข้าไปจับกับโลหะหนักในเส้นเลือด และขับออกทางไต โดยไม่มีการเกิดปฏิกิริยาให้กลายเป็นสารอื่นที่อันตรายแก่เซลล์ปกติ ในร่างกาย

จุดเด่นของ Chelation Therapy สูตรเฉพาะของ Hydrohealth
มีการใช้ EDTA ในปริมาณที่เหมาะสมสูงสุด เพื่อให้ผลการรักษาดีที่สุด แตกต่างจากการทำคีเลชั่นทั่วไป ที่มีปริมาณ EDTA ตายตัว

Chelation Therapy เหมาะกับใครบ้าง

  1. ผู้ที่มีความเสี่ยงในการรับสารพิษจาก โลหะหนัก เช่น อุดฟันด้วยอมัลกัม (สีดำ โลหะวาว) ทานอาหารทะเลที่ปนเปื้อน อาศัยใกล้โรงงานอุตสาหกรรม
  2. ผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบเลือด หลอดเลือดหัวใจและสมอง เช่น ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดแข็งหลอดเลือดอักเสบ เบาหวาน ไขมันสูง หลอดเลือดหัวใจอุดตัน หลอดเลือดสมองอุดตัน
  3. ผู้ป่วยที่ใส่ stent ในหลอดเลือดหัวใจ หรือ รักษาหลังภาวะหลอดเลือดหัวใจฉับพลัน
  4. ผู้ป่วยหลังหลอดเลือดสมองอุดตัน (stroke)
  5. ผู้เป็นภูมิแพ้ แพ้ภูมิตนเอง
  6. ผู้ที่มีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง
  7. ผู้ที่มีอาการปวดศีรษะไมเกรนเรื้อรัง ปวดตึงกล้ามเนื้อเรื้อรัง
  8. ผู้ที่มีอาการวิงเวียนศีรษะ จากการไหลเวียนของเลือดที่ไม่ดี

สามารถทำได้ ทุกช่วงอายุ ยกเว้นกลุ่มทารก และ เด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ

ข้อห้ามในการทำ Chelation

  1. เด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ
  2. สตรีมีครรภ์
  3. ผู้ป่วยไตวาย หรือ ภาวะไตบกพร่อง

ระยะเวลาและจำนวนครั้งที่เหมาะสม

  1. ผู้ป่วยทั่วไป ที่ไม่ได้มีอาการรุนแรง จากโรคหลอดเลือด ควรทำประมาณ 10-20 ครั้ง ความถี่ 1-2 ครั้ง ต่อ สัปดาห์
  2. ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว หลอดเลือดหัวใจและสมอง หรือ มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง เช่น เบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง ควรทำประมาณ 20-30 ครั้ง ความถี่ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์
  3. ผู้ป่วยที่มีภาวะโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองมาก่อน หรือ กำลังใส่ Stent, Balloon หรือจำเป็นต้องผ่าตัดหรือใส่ stent แต่ไม่สามารถผ่าตัดได้ เนื่องจากสภาวะร่างกายไม่พร้อม ควรทำคีเลชั่นประมาณ 30 ครั้งขึ้นไป

อาการหลังทำคีเลชั่นและระยะเวลาที่เริ่มเห็นผลการรักษา

หลังทำครั้งที่ 1-5 ครั้งแรก อาจมีอาการที่เรียกว่า Healing Crisis เนื่องมาจาก ร่างกายได้ปล่อยสารอักเสบและสารโลหะหนักออกมาจากเนื้อเยื่อและทางผนังเส้นเลือด เพื่อขับออกทางไต เช่น อาการตัวร้อนต่ำ ๆ ปวดเมื่อยตามตัวเล็กน้อย อ่อนเพลียเล็กน้อย ง่วงนอนมากขึ้น แต่อาการเหล่านี้มักจะเกิดไม่นานเกิน 24 ชม แก้ไขโดยการดื่มน้ำในปริมาณมาก พักผ่อนให้เพียงพอ