ผลักวิตามินเพื่อผิวขาวกระจ่างใส

สร้างผิวขาวใสอ่อนเยาว์ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการผลักวิตามินลงสู่ชั้นผิว
คือ วิธีการผลักวิตามินและอาหารผิวลงสู่ผิวหนังในชั้นลึกด้วยพลังงานกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ (Micro current) โดยอาศัยความแตกต่างของประจุไฟฟ้าช่วยในการผลักดันให้โมเลกุลของยาเข้าสู่ชั้นผิวหนังได้โดยตรง โดยไม่มีรอยแผลหรือความเจ็บปวด ทำให้ตัวยาซึมเข้าผิวได้ดีและเห็นผลเร็วกว่าทายาทั่วไป

ช่วยลดระยะเวลาในการใช้ครีมให้สั้นลงและเพิ่มประสิทธิภาพของการทายาดีขึ้นด้วย ช่วยในการรักษารอยแผลเป็นจากสิว ลดรอยดำจากแผลทั่วไป ลดรอยดำหลังทำ Laser รักษากระ ฝ้า ทำให้ผิวหน้าขาวใส นุ่มเนียน รวมถึงการใช้ยาที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวช่วยเรื่องรอยหลุมแผลเป็น ให้ผิวหน้าเรียบเนียนได้อีกทางหนึ่ง โดยผลการรักษาขึ้นอยู่กับตัวยาที่ใช้

หลังทำ ใบหน้าจะดูเป็นสีชมพูระเรื่อ เนื่องจากกระแสไฟฟ้ากระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น แต่การทำแต่ละครั้งต้องได้รับการตรวจประเมินจากแพทย์เพื่อป้องกันการเกิดการระคายเคืองผิว แสบร้อน หรือเป็นตุ่มผื่น

บอกลาไอออนโตแบบเก่าๆ และผลักวิตามินลงสู่ใต้ชั้นผิว 99.99 % ด้วย แผ่นTrans Q

ด้วยวัสดุเงินชนิดพิเศษหรือที่ เรียกว่า Silver-silver chloride (SSC) จะช่วยส่งผ่านตัวยาเข้าสู่ผิวหนังได้เกือบ100% ซึ่งแตกต่างจากการผลักตัวยาด้วยวิธีไอออนโตทั่วไปที่ผลักยาเข้าผิวหนังได้ เพียง 30 % เนื่องจากเทคโนโลยีหัวกลิ้ง Trans Q จะช่วยควบคุมความเสถียรของกระแสไฟฟ้าให้มีความคงที่ทำให้สามารถส่งผ่านตัวยา ได้ดีและไม่ก่อให้เกิดความระคายเคืองแต่อย่างใด

ข้อดีของ Trans Q

  1. เป็นการส่งผ่านตัวยาเข้าทางผิวหนังโดยไม่มีการรุกรานเนื้อเยื่อและไม่เจ็บ
  2. ไม่มีอันตรายจากการติดเชื้อหรือเกิดความเสียหายของเนื้อเยื่ออย่างการใช้เข็มฉีด
  3. ความเข้มข้นของยาบริเวณเฉพาะที่ทำจะสูง ในขณะที่ความเข้มข้นยาในกระแสเลือดต่ำ จึงเป็นการลดผลข้างเคียงของยาได้
  4. ขนาดยาเที่ยงตรง เนื่องจากสามารถควบคุมได้โดยการควบคุมปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ผ่านยา
  5. เป็นทางเลือกหนึ่งในการส่งผ่านยา โดยเฉพาะในบริเวณที่ทำการฉีดได้ยาก

วิตามินที่ใช้ในการรักษา มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด คือ วิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี โดยแพทย์จะพิจารณาใช้วิตามินเอ วิตามินซี หรือวิตามินอื่น ๆ ตามลักษณะของผิวหน้า ดังนี้

วิตามินเอ

ใช้เมื่อใบหน้ามีรอยแผลเป็นจากสิว ซึ่งเป็นร่องลึกกระจายอยู่ตามใบหน้า การใช้วิตามินเอ จะช่วยทำให้แผลเป็นเหล่านั้น ตื้นและเนียนเรียบขึ้น รวมทั้งยังช่วยให้ใบหน้าที่หยาบกร้าน นุ่มเนียนขาวใสยิ่งขึ้น

วิตามินซี

ใช้เมื่อแพทย์พบว่าผิวหน้ามีจุดด่างดำ มีรอยเหี่ยวย่น แพทย์จะใช้วิตามินซีเพื่อช่วยในการบำรุงเซลล์ต่าง ๆ บนผิวหน้าให้คืนกลับมามีชีวิตชีวาขึ้น

จะเห็นได้ว่าการทำRadiant c/eนั้น สามารถทำให้ใบหน้าขาวใส นุ่มเนียนน่าสัมผัสขึ้น และยังสามารถรักษาฝ้า กระตื้น ลดริ้วรอย จุดด่างดำ ลดรอยแผลเป็นบางชนิดหรือรอยแผลเป็นจากอีสุกอีใส รวมทั้งลดรอยหลุมจากสิวได้ด้วยนะคะ

การทำควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง ซึ่งแพทย์เป็นผู้ตรวจสภาพผิวหน้าของคุณอย่างละเอียดก่อนทำ เพราะหากพบว่ามีสิวอักเสบเกิดขึ้น แพทย์จะรักษาสิวให้หายเป็นปกติเสียก่อน ส่วนผู้ที่ผิวแพ้ง่าย แพทย์อาจให้ครีมกันแดดทาเพื่อให้ใบหน้าปรับสภาพก่อนทำ

สำหรับผู้ที่มีผิวหน้าปกติก็สามารถทำได้ทันที โดยมีวิธีการ คือ

  1. แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง (SKIN) จะตรวจสภาพผิวหน้า เพื่อวิเคราะห์ว่าควรใช้วิตามินใด ที่เหมาะกับการบำรุงผิวหน้าของคุณ
  2. ทำความสะอาดผิวหน้าโดยการล้างหน้าให้สะอาด เพื่อไม่ให้มีเครื่องสำอางหรือครีมใด ๆ ตกค้าง อยู่บนใบหน้า ซึ่งอาจเกิดปฏิกิริยากับตัวยาได้
  3. ทาวิตามินที่เหมาะกับสภาพผิวหน้าของคุณ โดยเมื่อทาทั่วหน้าแล้วจึงใช้เครื่องกระตุ้น ขับวิตามินเข้าสู่ผิวหน้าใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ต่อครั้ง
  4. คุณควรรักษาอย่างสม่ำเสมอ อาทิตย์ละ 1 – 2 ครั้ง ประมาณ 5 – 8 ครั้ง เพื่อให้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ
  5. หลังการรักษาแล้วแพทย์จะแนะนำให้ ใช้ครีมกันแดดและหลีกเลี่ยงแสงแดดที่แรงจัด

ยินดีให้คำปรึกษาและสอบถามข้อมูล

ทีมงานของเรา​​ ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและความงามพร้อมให้บริการและคำปรึกษา

แพทย์หญิง นิยดา ฐานเจริญ

แพทย์หญิง นิยดา ฐานเจริญ

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย

แพทย์หญิงนิติพร ศุจจันทรรัตน์

แพทย์หญิงนิติพร ศุจจันทรรัตน์

แพทย์ผู้ชำนาญการด้านผิวพรรณและความงาม

ทีมงานไฮโดรเฮลท์

ทีมงานมืออาชีพ

ผู้เชียวชาญและพนักงานที่ผ่านการอบรม

บริการที่เกี่ยวข้อง ดูแลผิวหน้า

สาระน่ารู้ บทความสุขภาพ

บทความเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การล้างสารพิษในร่างกาย และความงาม
เพื่อสุขภาพที่ดีทั้งภายนอกและภายใน

ยินดีให้คำปรึกษาและสอบถามข้อมูล